AI แย่งงานใครบ้าง? เปิดรายงานรัฐบาลออสซี่ เผย กลุ่มที่เสี่ยง "ตกงาน" มากที่สุด

AI แย่งงานใครบ้าง? เปิดรายงานรัฐบาลออสซี่ เผย กลุ่มที่เสี่ยง "ตกงาน" มากที่สุด

AI แย่งงานใครบ้าง? เปิดรายงานรัฐบาลออสซี่ เผย กลุ่มที่เสี่ยง "ตกงาน" มากที่สุด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รัฐบาลออสเตรเลียเผยรายงานช็อก! ระบุกลุ่มที่เสี่ยงตกงานเพราะ AI มากที่สุด ชี้ "ผู้หญิง-เด็กจบใหม่" กระทบหนักสุด

การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสั่นคลอนตลาดแรงงานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด รัฐบาลออสเตรเลียได้เปิดเผยรายงานอย่างเป็นทางการในหัวข้อ "AI and employment in Australia" ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลตลาดแรงงานเพื่อวิเคราะห์ว่า อาชีพใดบ้างที่กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงสุดจากการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ

รายงานฉบับนี้เตือนว่า งานที่ใช้ทักษะทางความคิดและสติปัญญา เช่น เสมียน, โปรแกรมเมอร์ และเจ้าหน้าที่ธุรการ คือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ในทางกลับกัน งานที่ต้องใช้แรงงานหรือทักษะทางกายภาพ เช่น ผู้ดูแล, ช่างฝีมือ และคนขับรถ กลับเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในการถูก AI แทนที่

ทำไม "ผู้หญิง - เด็กจบใหม่" ถึงกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด?

รายงานระบุถึงความเหลื่อมล้ำทางเพศและวัยในประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยพบว่าแรงงานในกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดเกือบ 70% เป็น "ผู้ชาย" เนื่องจากงานช่างหัตถกรรม หรืองานที่ต้องลงมือทำจริงยังคงอยู่นอกเหนือขอบเขตความสามารถของ AI ในปัจจุบัน

iStockphoto

ขณะที่ "ผู้หญิง" กลับกลายเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด เนื่องจากครองสัดส่วนจำนวนมากในสายงานเสร็จสรรพอย่างงานธุรการและงานเสมียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการถูกแทนที่ด้วย AI

นอกจากนี้ "แรงงานรุ่นใหม่ หรือ เด็กจบใหม่" ก็เป็นอีกกลุ่มที่เสี่ยงสูงเช่นกัน เนื่องจากโมเดล AI ในปัจจุบันมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการประมวลผล "ความรู้ที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร" หรือความรู้จากตำราเรียน แต่มันยังไม่สามารถแทนที่ "ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ตรง" ซึ่งเป็นเทคนิคและไหวพริบเฉพาะตัวที่ต้องสะสมตามวัยทำงาน และเป็นสิ่งที่เด็กจบใหม่ยังคงขาดแคลนเมื่อเทียบกับรุ่นพี่วัยเก๋า

เปิดลิสต์ 10 อันดับอาชีพเสี่ยงสูง ถูก AI เสียบแทนมากที่สุด

เมื่อวิเคราะห์จากรูปแบบการทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจนและทำเป็นประจำ นี่คือ 10 อันดับอาชีพที่ AI ประเมินว่าตนเองมีศักยภาพในการเข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ได้มากที่สุด:

  1. เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูล: งานย้ายข้อมูลและจัดการฐานข้อมูลที่มีต้นทุนการใช้ AI ถูกกว่ามนุษย์อย่างมหาศาล
  2. พนักงานขายทางโทรศัพท์: งานสายตรงที่ใช้วิธีพูดตามบท ซึ่งปัจจุบัน AI สามารถสร้างเสียงสังเคราะห์เจรจาได้ราบรื่น
  3. เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า: การคัดกรองและตอบคำถามลูกค้าเบื้องต้นผ่านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM)
  4. พนักงานบัญชี/ผู้ทำบัญชี: งานดูแลรายรับ-รายจ่าย และการกระทบยอดบัญชี
  5. พนักงานตรวจทานข้อความ: AI สามารถตรวจจับไวยากรณ์และความผิดพลาดของภาษาได้อย่างรวดเร็ว
  6. ผู้ช่วยนักกฎหมาย: งานค้นหาและตรวจสอบเอกสารคดีความเก่าๆ ซึ่ง AI สามารถสแกนได้อย่างรวดเร็ว
  7. นักเขียนคอนเทนต์ทั่วไป: งานเขียนรายละเอียดสินค้า หรือแคปชันโฆษณาบนโซเชียลมีเดียที่เน้นปริมาณ
  8. นักวิเคราะห์การตลาด: การรวบรวมข้อมูลราคาคู่แข่ง พฤติกรรมผู้บริโภค และสรุปเป็นรายงาน
  9. แคชเชียร์ร้านค้า: ระบบชำระเงินอัตโนมัติและการคิดเงินผ่านแอปพลิเคชัน
  10. นักแปลภาษาเชิงพาณิชย์: การแปลเอกสารทางเทคนิคหรือเอกสารองค์กร ซึ่งมนุษย์อาจเหลือหน้าที่เพียงแค่ตรวจทานเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล